ช่วงนี้ทำงานประจำแล้ว ตื่นเช้าหกโมงอย่างฝืนทนทุกวัน เลิกงานพอกลับถึงบ้านก็ง่วงนอนอย่างง่ายดาย (ส่งผลให้ไม่ได้ดูทีวี เล่นคอม หรือบางทีก็ไม่ได้อาบน้ำ -_-!) หวังว่าร่างกายจะปรับตัวได้เร็วๆ และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไปกับวงจรแบบนี้ให้ได้
ย้อนกลับไปช่วงที่ว่างงาน (อยู่ประมาณ 2 เดือน) ถึงจะดูเหมือนมีเวลาว่างมาก แต่ก็ไม่สามารถใช้เวลาได้อย่างอิสระเต็มที่อย่างที่หลายคนคิดนะ เพราะมีภารกิจสำคัญต้องดูแลคุณตา ที่มาอยู่ด้วยกันที่บ้านได้พักใหญ่แล้ว
คุณตาบวชเป็นพระที่อยุธยามาหลายสิบปี สุขภาพแข็งแรงดีมาตลอด ไม่เคยล้มหมอนนอนเสื่อ แล้ววันหนึ่ง (ราวๆ ต้นปี) จู่ๆ ท่านก็เกิดโคม่าคากุฏิ พาส่งโรงพยาบาลกันแทบไม่ทัน ด้วยปัญหาเกี่ยวกับทางเดินหายใจ
พอออกจากโรงพยาบาลได้ หลวงตาก็กลายเป็นคุณตา แถมเป็นคุณตาที่หลงๆ ลืมๆ ประสาคนอายุ 90 เดินไปไหนเองไม่ได้ต้องคอยประคองอย่างระวัง พ่วงด้วยสายปัสสาวะที่ตามมาเพราะระบบฉี่ยังไม่ปกติ
ลืมภาพหลวงตาผู้แข็งแรง ความจำดี อดีตทหารผ่านศึก (สงครามโลก) คนนั้นไปได้เลย
แม่รับคุณตามาอยู่บ้าน ด้วยความเหมาะสมที่สุดในบรรดาพี่น้อง บ้านเรามีคุณตาเป็นสมาชิกใหม่นับแต่นั้น
การดูแลคุณตา ดูเหมือนจะง่าย แต่ยากไม่ใช่เล่น ด้วยความที่มีอาการหลงแบบคนแก่ ข้อมูลความจำบางอย่างเริ่มเสื่อม และชอบอินอยู่กับข้อมูลความจำที่ฝังใจของตัวเอง ซึ่ง…สิ่งเหล่านี้จะไม่มีปัญหาเลย ถ้าไม่ไปรวมกับความดื้อที่เป็นนิสัยส่วนตัวของคุณตา พูดง่ายๆ คือ เหมือนเรากำลังดูแลคนแก่ที่กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง โดยที่เราจะดุ หรือปฏิบัติต่อเขาแบบเด็กๆ ไม่ได้ ดื้อมาก็ต้องทน และหาวิธีการจัดการอย่างละมุนละม่อมที่สุด (คุณยายแฟนคุณตา ก่อนจะเสียก็มีอาการหลงเหมือนกัน แต่หลงแบบน่ารัก ไม่ดื้อ ดูแลง่าย กินอิ่มนอนหลับ และอารมณ์ดี)
แม่อดทน ปรนนิบัติดูแลคุณตาดีมาก แม้ว่าตัวเองก็ต้องตื่นแต่เช้าไปทำงาน และกลับมาอย่างอ่อนเพลียทุกวัน แม่บอกว่าอยากใช้เวลาที่ยังเหลืออยู่ดูแลคุณตาให้เต็มที่ ”เขาคงอยู่ได้ไม่นานหรอก อยากตอบแทนบุญคุณให้เต็มที่ก่อนจะไม่ได้ทำ” ดังนั้น แม่จะดีใจเสมอ ถ้าเปิดแพมเพิร์สคุณตาออกมาแล้วเจอก้อนเหม็นๆ ได้เช็ดก้นทำความสะอาด และเปลี่ยนแพมเพิร์สอันใหม่ ได้เทฉี่ที่ต่อจากท่อปัสสาวะทิ้งให้เกลี้ยงเกลา เช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า ล้างฟันปลอม ฯลฯ แม่ทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ด้วยความตั้งใจจริงๆ ไม่เคยเกี่ยงงอน
ช่วงที่แม่ไปทำงาน เรารับช่วงดูแลคุณตา ภารกิจนี้มีเพื่อนหลายคนสงสัย เวลาชวนไปไหน แล้วไปไม่ได้ บอกว่าต้องดูแลคุณตา ไอ้เติ้ลมันดูแลคุณตาของมันยังไงวะ? ก็อย่างนี้ไง…
เริ่มจาก เตรียมอาหารเช้าเสร็จ ก็ไปพาลงมาจากเตียง จูงมาที่โต๊ะกินข้าว ดูแลจนกินข้าวหมด หาขนม และน้ำให้กิน ต้องกินน้ำเยอะๆ เพราะไม่งั้นฉี่จะข้น ต้องน้ำอุ่นเท่านั้นด้วยนะ ไม่งั้นคุณตาไม่กิน เสร็จแล้วก็พากลับไปพักผ่อนบนเตียง
ทำเช่นนี้ทั้งกลางวัน และเย็น เหมือนจะง่าย ๆ และไม่มีอะไร แต่ในระหว่างวัน คุณตามักจะถามโน่นนี่ด้วยความกังวล ส่วนมากเป็นเรื่องซ้ำๆ เช่น
- นาฬิกาอยู่ไหน? — อยู่ทีแขนไงคุณตา
- แบงค์ร้อยในกระเป๋าหาย? — คุณตาเอาไปใส่ในถุงเองไงคะ
- แว่นตาหายไปไหน? — เอ่อ หาไม่เจอค่ะคุณตา อ้าว นั่น แอบใส่เข้าไปในแพมเพิร์สนี่นา
แล้วเวลาคุณตาปวดฉี่ ก็มักจะโวยวาย ร้องโอยๆ และจะลงเดินไปห้องน้ำเอง เราก็ต้องเข้าไปห้าม และพูดซ้ำๆ ว่า ฉี่เลยๆๆ คุณตา ต่อท่อไว้แล้ว ลุกเดินเองไม่ได้นะ เดี๋ยวล้ม พร้อมกับต้องลุ้นให้ฉี่ไหลออกมาให้ได้ แล้วก็ต้องหลอกล่อด้วยการบอกว่า “แหม สบายเลยเนอะคุณตา อิจฉาจริงๆ ไม่ต้องเดินไปเข้าห้องน้ำให้เมื่อย”
เรื่องฉี่ๆ นี้จะเกิดอยู่หลายครั้งในแต่ละวัน ส่วนเรื่องอึๆ จะเกิดประมาณวันละครั้ง น่าสงสารคุณตาเหมือนกัน ที่ยังไม่ชินกับการปวดถ่ายโดยไม่ได้ไปเข้าห้องน้ำตามปกติ
ถ้าเผลอเมื่อไหร่…คุณตาจะชอบลุกเดินจากเตียง ซึ่งการเดินได้มันก็ดีอยู่ แต่พวกเรากลัวกันว่า ถ้าไม่มีใครอยู่แล้วเกิดล้มขึ้นมา จะยุ่งกันใหญ่ ฉะนั้น พอเห็นว่าจะลุกลงมา ก็ต้องรีบห้ามทันที
ถ้าเผลอเมื่อไหร่…คุณตาจะชอบหยิบข้าวของมาเล่น ซึ่งการเล่นได้มันก็ดีอยู่ แต่เล่นแล้วของมักจะพังน่ะสิคุณตา
ถ้าเผลอเมื่อไหร่…คุณตาจะชอบหยิบแว่นมาใส่ ซึ่งการใส่แว่นได้มันก็ดีอยู่ แต่ตาจ๋า…ใส่แว่นพร้อมกัน 3 อันแล้วจะมองเห็นยางงาย
ถ้าเผลอเมื่อไหร่…คุณตาจะชอบหยิบเงินมานับ ซึ่งการนับเงินได้มันก็ดีอยู่ แต่ตาชอบบอกว่าเงินหายทั้งๆ ที่นอนทับอยู่น่ะสิ
ถ้าเผลอเมื่อไหร่…คุณตาก็จะชวนคุย ถามโน่นนี่ มีปัญหา หา หา ซึ่งเราก็เต็มใจที่จะดูแลอยู่หรอก แต่คุณตาขา…นี่มันปาเข้าไปตีสามแล้วจ้า
…
อิอิอิ ทั้งหมดนี้ คือการดูแลคุณตาคร่าวๆ ในแต่ะละวัน ที่ทำให้ช่วงว่างงาน ไม่สามารถออกไปไหนต่อไหนได้ตามอำเภอใจ ยิ่งช่วงที่อินเตอร์เน็ตใช้ไม่ได้ เคเบิ้ลทีวีมีปัญหา มันเหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอกยังไงยังงั้น แต่ไม่ได้ทุกข์ใจอะไรหนักหนานะ เพราะเรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อย (อกหักหนักกว่าเยอะ ฮ่าๆ)
สุดท้ายนี้ ขอออกตัวไว้ก่อนว่า ที่เม้าคุณตามาทั้งหมด เต็มไปด้วยความเคารพ และเต็มใจจะดูแลคุณตาอยู่เสมอ
เรื่องของคุณตาทำให้เราย้อนกลับมาดูตัวเองในหลายๆ เรื่อง ทั้งเรื่องความกตัญญู เรื่องการดูแลสุขภาพของตัวเอง เรื่องความหมายและความทรงจำในชีวิต ฯลฯ

วันหน้าเราอาจได้เป็นคุณย่า หรือคุณยายของใคร
ถ้ามีชีวิตไปจนถึงวันพรุ่งนี้ได้นะ.

เจอที่กำแพง ตั้งแต่ตอนออกกองเอ็มวี bossablossom#2 ที่สถานีรถไฟธนบุรี ขอมอบให้บุคคลและสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับ blog วันนี้ทั้งหมด :)

เกือบลืมอีกหนึ่งภารกิจประจำวัน ให้อาหารแมวพิการที่บ้าน ชื่อ ”มดแดง” ทายซิว่าชื่อนี้มาจากไหน? และมันคือตัวผู้หรือตัวเมีย? ตอบถูกเดี๋ยวเลี้ยงเหล้า :P
ปล. คิดถึงแฟนจัง
กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง…
ปล.ไม่มีแฟนให้คิดถึง
พี่เติ้ลและครอบครัวเป็นคนดีค่ะ
เป็นกำลังใจและขอให้มีความสุขมากๆ
ว่าแต่ว่า คนที่หลงตั้งแต่ยังไม่เข้าวัยสูงอายุนี่
ทำไงดีล่ะ
หกโมงเช้า!!!!!!!
เช็ดครก!!!
งานเรื่องคุณตา แล้วทำให้อมยิ้มและมีความสุขจัง : )
น่ารักดีนะตาเติ้ล บวชเป้นพระแล้วกลับมาเป็นฆารวาสตอนอายุเก้าสิบ จากคนธรรมดา ไปเป้นทหาร เป็นสามี เป็นพระ แล้วกลับมาเป้นคนธรรมดาอีกครั้ง คล้ายๆ ย่าพี่เลย หนังเหี่ยว ยิ้มกว้าง ฟันฟางสึกหรอ แต่มีอารมณ์ขันโดยธรรมชาติ ย่าพี่อยู่ต่างจังหวัด ปีนี่อายุ 94 แล้วมั้ง แต่ยังไม่ตายเว้ย
เพราะย่าพี่ดิื่มน้ำเต้าหู้ทุกเช้า
น่ารักมากเลย หลานแบบเติ้ลนี่ และลูกสาวอย่างแม่ของเติ้ลด้วย
วันนึงเราก็ต้องแก่ แล้ววันนั้นจะเป็นยังไงเนอะ
ตอนนี้เลยต้องรักษาสุขภาพให้ดี จะได้แก่ช้าลง
จะได้ไม่ป่วย ว่ามะ
ปล. คุณตายิ้มน่ารักนะ
ฝากสวัสดีคุณตาด้วยนะ
แกเป็นคนดี สิ่งดีๆจะเกิดขึ้นกับแกเอง
อ่านเรื่องของแกแล้ว ทำให้ได้คิด 2 อย่าง
คือ
1.คิดถึงตายายของเราว่ะ (เดี๋ยวตามไปอ่านนะ จะเขียนเร็วๆนี้)
2.คิดว่าคนเราอยูด้วยกัน ไม่ว่าจะสถานะใดก็ตาม ควรที่จะ คิดดี พูดดี ทำดีต่อกันเพราะคนเราไม่นานก็จากกัน ไม่ว่าจากเป็นหรือจากตาย
อิิอิ เรื่องของตาที่ไม่ได้อยู้ข้างหู